คงถึงเวลาที่ต้องเลิกเศร้าได้แล้วล่ะมั้ง.. เป็นเวลาเกือบ 1 เดือน.. ที่เราใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ได้พินิจพิจารณาสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต.. ได้มองได้เห็นในหลายๆแง่มุมไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสมาก่อน.. ได้จมกับความทุกข์สุดๆ (แค่คงไม่เท่าจุดต่ำสุดของชีวิตใน blog แรกๆ) ในขณะเดียวกันก็ได้สัมผัสกับสิ่งที่สุขสุดๆเหมือนกัน.. แต่ก็เป็นตัวเราเองนี่ล่ะ.. ที่นำพาความสุขเหล่านั้นจมไปกับความทุกข์ด้วย.. ทุกอย่างก็เลยมองดูแย่ไปหมด.. เรารู้.. เราเห็น.. เราเคยผ่านเหตุการณ์แย่ๆมาหลายอย่าง.. และก็มั่นใจว่า.. สักวันเราต้องผ่านความทุกข์เหล่านั้นมาได้.. มันต้องมีสักวัน.. แต่เราเลือกที่จะจมอยู่กับมันสักพักเพื่อให้ตัวเองได้มองเห็นแง่มุมอะไรต่างๆมากขึ้น.. เอามาเป็นบทเรียนล้ำค่า.. เพื่อให้ดำรงชีวิตต่อไป..
แต่ความทุกข์ครั้งนี้มันยาวนานกว่าที่คิดไว้เยอะ.. เกือบ 1 เดือน.. มันทรมานมาก.. 2 อาทิตย์แรกคิดว่ากำลังจะผ่านช่วงเวลานั้นมาได้.. ก็ดันมีประเด็นใหม่ๆเกิดขึ้น ที่กระทบกับชีวิตเราเข้าอย่างจัง.. บางครั้งก็คิดว่าสุข แต่ลึกๆแล้วมันมีความทุกข์ซ่อนอยู่มากมาย.. เวลาที่ผ่านมาเราสามารถก้าวข้ามผ่าน coming of age ได้แล้วหรือยัง.. กับสะพานเส้นนั้น กับคนหลายๆที่หยิบยื่นความหวังดีมาให้.. กับความหมายของคำว่ารัก.. ที่เราก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าเราเคยรู้จักมันมั้ย.. กับคำว่าความเหงา ที่ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยหลุดออกจากปากของเราเลย.. แต่เพิ่งได้รู้สึกก็ตอนนี้.. เพิ่งได้สัมผัสว่าความเหงามันเป็นอย่างไร.. ถ้านี่คือสิ่งที่เค้าเรียกว่าความเหงา.. แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมาในชีวิตของเราล่ะ.. มันคือความเหงาด้วยหรือเปล่า.. หรือนี่คือสิ่งที่เราพยายามหนีมันมาโดยตลอด.. วิ่งหนีจากความจริงอันโหดร้ายที่ต้องเผชิญ.. เหนื่อยมั้ยกับการวิ่งสู่ปลายทางอันไร้จุดหมาย.. ถึงเวลาที่เราต้องหยุดวิ่งแล้วยอมรับมันแล้วหรือยัง..
ยอมรับมันเสียเถิด.. เผชิญหน้ากับมัน.. แล้วเราจะก้าวข้ามสิ่งเลวร้ายนี้ไปได้..
ps.. แต่ก่อนอื่นวันนี้ขอก้าวข้ามชายแดนไปเที่ยวลาวใต้ก่อนนะครับ.. แล้ววันอังคารเจอกับ Brand new THEE again!!